เรามาต่อกันที่ level 2 ซึ่งก็คือ บางคนคิดสงสัยว่าตัวเองเป็นไบโพล่าร์
 
พอเราอัพมาเป็นเลเวล 2 นั่นแปลว่า
 
คุณรู้จักโรคไบโพล่าร์
 
รู้จักอาการทั้ง 2 ขั้วแล้ว
 
สิ่งที่จะเป็นคำตอบของคน level 2 นี้คือ
 
1. ให้สังเกตตัวเองว่ามีคุณสมบัติมากพอจะได้เป็นไบโพล่าร์มั้ย
 
เพราะว่า สิ่งที่ไม่ได้เขียนถึงในตอนที่แล้วคือ
 
แล้วถ้าเรามีแค่ขั้วเดียวล่ะ
 
ในช่วงที่ออมป่วยมานานหลายปี น่าจะ 6-7 ปีได้
 
ออมไม่เคยเจอแมเนียเลยอะ
 
ไม่เคยคึกเว่อร์ หรืออะไร
 
มันมีแต่ขั้วดีเพรส ซึ่งตอนนั้นหมอวินิจฉัยว่าเราเป็น
 
โรคซึมเศร้า (Major depressive disorder)
 
วนเวียนอยู่ในระยะปกติ เศร้าน้อย เศร้ามาก เศร้ามากจนอยากตาย 
 
พอเราได้รักษา กินยา คุยกับหมอ ไม่ถึงขั้นทำจิตบำบัดอะไร
 
เราจะเริ่มนิ่งขึ้น นิ่งบางทีก็น่ากลัวนะ 
 
นิ่งขึ้น แทนที่จะเหมือนคนปกติ
 
ดันนิ่งแบบกลายเป็นซอมบี้อะ มันไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ
 
อันนี้ยิ่งแย่
 
ถ้าเป็นงี้ให้ไปหาหมอ เพื่อให้ลดยาที่ทำให้เรามึนๆ อึนๆ 
 
หรือเปลี่ยนยาไปเลย
 
..........................
 
ออมขอเล่าประสบการณ์บ้าง ว่าออมรู้ว่าตัวเองเป็นไบโพล่าร์ได้ยังไง
 
อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากเป็นโรคซึมเศร้ามานานมาก
 
ปลายปี 54 ช่วงน้ำท่วม
 
มันคึกมากอะ ไม่เคยคึกขนาดนี้
 
คนอื่นกลัวน้ำท่วม
 
ไอ้นี่ไปซื้ออุปกรณ์ทำขนม เล่นดนตรี วาดรูปด้วยสีอะคริลิก
 
แชทมันทั้งวันทั้งคืน 
 
ไม่ง่วง ไม่เหนื่อย ไม่หิว จะทำอะไรก็สนุก
 
ออมดีใจมาก
 
เพราะความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่ไมได้เจอมานานมากแล้ว
 
เราคงจะหายแล้วสินะ
 
 
แต่คึกอยู่ไม่นานก็ต้องกลับไปหาอ.หมออีกครั้ง
 
เพราะแบตหมด มันลุกไม่ไหวเลย
 
พอเราเล่าให้หมอฟังว่าเรามีความสุขมาก ทำโน่นนี่นั่น
 
แล้วแทนที่หมอจะบอกว่า ยินดีด้วยนะ คุณหายแล้ว
 
ไม่ใช่!
 
หมอฟังแล้วเลยบอกว่า
 
อาการนี้คงไม่ใช่ว่าเราหายจากโรคซึมเศร้า
 
แต่อาการคึกเกินขนาดนี้เป็นอาการไฮโปแมเนียของโรคไบโพล่าร์
 
มันคือแมเนียอย่างอ่อน
 
เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติของเราแล้วก็ได้พบอีกขั้วนึงของเรา
 
งั้นเรามีคุณสมบัติมากพอจะเป็นโรคไบโพล่าร์แล้วสิ (มันน่าภูมิใจตรงไหน)
 
เลยต้องเปลี่ยนยาที่กิน ต้องเจอผลข้างเคียงใหม่ๆ 
 
เจออาการอื่นๆ และหัดรับมือกับความคึกเกินขนาดนี้
 
 
 
 
 
นอกจากตรวจสอบคุณสมบัติด้วยตัวเองแล้ว
 
เราสามารถถามคนอื่นได้
 
โดยทำแบบคัดกรอง
 
มีหลายสำนักเลย ขอยกตัวอย่าง เป็นทั้งรร.แพทย์และรร.สอนผู้ป่วย 
 
เช่น ของรพ.รามา (ออมก็เป็น ป.น้อย ศิษย์รามาเหมือนกัน ขอคารวะ)
 
 
หรือสงสัยว่าเราจะเศร้าอย่างเดียวก็นี่เลย
 
 
 
ในเว็บของรามาเองก็ให้ความรู้แบบละเอียดยิบมากๆ
 
ใครที่เบื่อขี้เกียจอ่านตำรา หรือ อยากอ่านฉบับที่มันติงต๊องกว่า
 
ก็มาอ่านฉบับผู้ป่วยดีกว่าเนอะ
 
(ว่าแต่ที่เราเขียนมันดีกว่าของรามาตรงไหน มันน่าเชื่อถือมั้ยเนี่ยเรา
 
เราเป็นแค่ยัยบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ ข้าน้อยเองไม่ดีกว่าของเจ้าของสำนักแน่นอน )
 
แน่นอนว่าฉบับที่หมอเขียน
 
มันน่าเชื่อถือกว่าเรา
 
และก็แน่นอนว่า
 
ฉบับผู้ป่วย ย่อมเข้าใจคนอ่านมากกว่าแน่นอน (นี่ก็มโนเอาเอง)
 
 
 
จะว่าไป
 
หมอก็เปรียบเหมือนคนที่มองเห็นตัวช้าง
 
เป็นคนที่คอยส่งถุงมือให้คนตาบอด
 
แต่ปัญหาของหมอก็คือ
 
ถุงมือที่หมอส่งมามันไม่พอดีน่ะสิ
 
ใหญ่ไป เล็กไป
 
บางไป หนาไป
 
แพงไป ถูกไป (เอ๊ะ!?)
 
บางคนให้ฟรีไซส์มาก่อนเลย
 
 
 
 
 
สุดท้าย
 
หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลมามากมาย
 
สังเกตตัวเอง
 
ตรวจสอบคุณสมบัติ
 
ทำแบบคัดกรองผู้ป่วยแล้ว
 
 
 
 
ตอนนี้คุณยังคงสงสัยอยู่รึเปล่า?
 
ข้อ 1 ไม่สงสัยแล้ว
 
เพราะคุณสมบัติไม่พอ
 
ยินดีด้วยค่ะ
 
 
ข้อ 2 ถ้าสงสัยว่าจะเป็น
 
ยินดีด้วย
 
คุณได้ไปต่อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วพบกันใหม่
 
ใน level 3
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

พี่ออมคะ อยากเป็นเพื่อนกับพี่ในเฟสจังค่ะ รบกวนช่วยแอดมาที่เฟสNatsuya kiryuได้มั้ยคะ

#1 By พลอย (27.55.20.175|27.55.20.175) on 2015-04-25 20:55