อยู่ยังไงกับไบโพล่าร์
posted on 05 Apr 2012 19:24 by psych-ward-girl in psychward directory Diaryสวัสดีค่ะทุกคน
หลังจากที่ออมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับโรคไบโพล่าร์มานานประมาณ 7 เดือนได้ (หลังจากซึมเศร้ามา 7 ปี)
ออมก็ได้ค้นพบสัจธรรม (เว่อร์มะ)
เอ่อ..
ออมก็ได้ค้นพบว่า
เราจะอยู่กับมันได้ยังไง
ในเมื่อมันไม่ไปจากเราง่ายๆ
แล้วเราจะอยู่ยังไง
ทำยังไงให้อยู่รอดได้ไปวันๆ นึง
นั่นสิ
เพราะโรคไบโพล่าร์มันก็ทำให้คนที่อยู่กับมันลำบากใช่น้อยเลย
ทำยังไงให้เราไม่ไปทะเลาะกับมัน อยู่กับมันได้
เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
1. ทำใจ ใช่เลย อันนี้เป็นอย่างแรกที่คุณต้องทำเมื่อคุณเป็นไบโพล่าร์ ยอมรับซะเถอะว่าคุณน่ะ
"เป็นไบโพล่าร์" ถึงมันจะยาก แต่ก็ต้องทำให้ได้ ไม่งั้นคุณจะอยู่กับมันไม่ได้ เลิกคิดซะเถอะว่า
"ทำไมชั้นต้องมาเป็นโรคบ้านี่ด้วยนะ" หรือ "เป็นมาตั้งนานและ เมื่อไหร่จะหายซะที"
(แม้ว่าคนรอบตัวคุณจะไม่เข้าใจคุณ หรือแม้แต่ตัวคุณเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกันก็ตาม)
2. กินยา นี่ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่คุณจะต้องกินยาตามที่หมอสั่ง ไม่ว่ายาพวกนั้นจะทำให้คุณ
หิวตลอดเวลา อ้วน ง่วงนอน ขี้เกียจ เมนส์ไม่มา สิวขึ้น คลื่นไส้อาเจียน หน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม
(ฟังดูเหมือนเอาประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ มาเขียน
) หรือไม่ว่าจะมีอาการบ้าๆ บอๆ อะไรอื่นๆ
) หรือไม่ว่าจะมีอาการบ้าๆ บอๆ อะไรอื่นๆตามมาก็ตาม ก็อย่าหยุดกินยาเองเด็ดขาด คนเขียนเคยหยุดกินยาเองมาแล้ว และก็ได้พบว่า
มันจะทำให้เราต้องกลับไปนับ 1 ใหม่ กับยาตัวใหม่ไปเรื่อยๆๆๆๆ

ถ้ามีอาการไม่พึงประสงค์จากยา ก็ขอให้บอกหมอ เค้าจะปรับยาให้เราเอง
แต่ถ้าคุณปรับยาแล้วยังมีอาการอยู่ต่อไปเรื่อยๆ อันนี้ก็ตัวใครตัวมัน
นับเป็นความซวยส่วนตัวของคุณเอง คนเขียนก็ช่วยไม่ได้ล่ะ (เคยเป็นมาก่อนเหมือนกัน)
3. นอน ห้ามอดนอนเด็ดขาด ห้ามนอนดึกด้วย (ห้ามติดละคร) แต่นอนมากเกินไปได้
หมอบอกว่าการอดนอนจะทำให้คุณกลับขั้วไปเป็นซึมเศร้าได้
(เข้าใจว่าเวลาคุณมีอาการแมเนียแล้วจะไม่อยากนอน-คนเขียนก็เคยไม่นอน 3 วัน เลยไปหาหมอ)
แต่การกินยาก่อนนอนก็ช่วยให้หลับได้ดีอยู่แล้ว เสียแต่ว่ามันจะทำให้สะลึมสะลือในตอนเช้า
เหมือนคนเมายา และต้องชาร์จตัวเองด้วยกาแฟเข้มๆ สักแก้ว สมองมึนงง คิดอะไรไม่ออก
ไม่มีสมาธิ ถ้าคุณกำลังจะรับตัวเองไม่ได้ทุกเช้า ขอให้กลับไปทำข้อ 1 ใหม่
ง่วงก็ยอมรับซะ กินกาแฟก็หาย สมองมึนงง ก็คิดว่าเพื่อนเก่ามาเยี่ยมอีกแล้ว ที่เราต้องทำก็แค่รอ
รอให้หายมึน รอให้สมาธิกลับมา ก็เท่านั้น
อย่าสนใจว่าเพื่อนร่วมงานจะว่าอะไรคุณ
เพราะต่อให้คุณอธิบายไป พวกเขาก็ไม่เข้าใจหรอก และก็ไม่พยายามจะเข้าใจด้วย
4. ออกกำลังกาย โอ อันนี้ยากมาก ตอนที่รักษาด้วย zyprexa คนเขียนน้ำหนักขึ้นมา 7 กิโล
ใน 3 เดือน เนื่องจากยาที่ทำให้เรามีความอยากอาหารมากขึ้นน่ะเอง เราจะหิวตลอด
นึกอยากกินโน่นนี่นั่น นั่งนึกถึงแต่ของกิน กินข้าวมากขึ้น อยากกินแต่ของที่ทำให้อ้วน
ฉะนั้น การออกกำลังกายจะช่วยได้ดีที่สุด (แต่คนเขียนไม่เคยออกกำลังกายเลย เหอๆ)
และถ้าคุณขี้เกียจออกกำลังกาย และกำลังจะเริ่มรับตัวเองไม่ได้ เริ่มจะเกลียดตัวเองอีกแล้ว
ให้กลับไปทำข้อ 1 ใหม่ (นี่คือสิ่งที่คนเขียนทำ-ขอสารภาพ)
5. ติดเบรค ยังไงน่ะเหรอ เวลาที่คุณคิดอยากจะช้อปปิ้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือของสะสม
อะไรสิ้นเปลืองทั้งหลายนั่น อยากให้คุณเบรคตัวเองสักนิดนึง ไม่ใช่สิ เบรคให้หัวทิ่มไปเลย
เพราะมันต้องให้ความพยายามมากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ ที่จะไม่ซื้อของที่อยากได้ เอางี้ คิดใหม่
อยากได้หรืออยากซื้อ ซื้อมาแล้วได้ใช้มันจริงๆ มั้ย หรือแค่เราแมเนียขึ้นมา
แล้วก็บ้าอยากอยากได้นั่นอยากได้นี่ กรณีเป็นของกิน นี่ยิ่งยาก ด้วยมียาเป็นตัวควบคุมความคิดเรา
ทำให้เราหิวโหย ไม่ได้กินแล้วจะหน้ามืดเป็นลม พยายามเปลี่ยนของกินดีมั้ย ออมรู้ว่ามันยาก
ออมยังห้ามใจตัวเองได้ยากเลย ที่เขียนนี่ก็เตือนตัวเองด้วยเหมือนกัน แหะๆ

6. เมื่อเข้าสู่ระยะซึมเศร้า ให้อ่านเอนทรี่ The way to...(goodbye) เพื่อระงับอารมณ์เศร้าซ้ำซาก
7. เมื่อเข้าสู่ระยะแมเนียหรือระยะหลั่ลล้า ก็ไม่ต้องไปทำอะไร อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องไปดิ้นรน
หรือห้ามตัวเองให้ทุกข์ใจ แต่ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำข้อ 2, 3, 5 อย่างเคร่งครัด
เมื่อคุณตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกับไบโพล่าร์แล้ว (เฮ้ย! ใครไปตกลงตอนไหนวะ)
ก็ขอให้อยู่กันอย่างมีความสุข
จนกว่าจะถึงวันที่ไบโพล่าร์ไม่อยากจะอยู่กับเราอีกต่อไป
Tags: โรคไบโพล่าร์11 Comments